การวัดการไหล คืออะไร ? มีกี่ประเภทและวิธีการเลือกใช้งาน

เรียนรู้พื้นฐานการวัดการไหล ก่อนใช้งานเครื่องวัดอัตราการไหล เพื่อให้เข้าใจหลักการ ประเภท และวิธีการวัดการไหลอย่างแท้จริง
สารบัญ

ก่อนการใช้งานเครื่องวัดอัตราการไหล สิ่งที่ผู้ใช้ต้องทำความเข้าใจคือหลักการวัดการไหล เพื่อให้สามารถใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลลัพธ์ได้ ในบทความนี้ Well Instument จะอธิบายความหมายของการวัดการไหล และประเภทของการวัดการไหล ซึ่งจะเชื่อมโยงไปถึงหลักการทำงานของ Flow meter แต่ละประเภท หากพร้อมแล้วไปเรียนรู้พร้อมกันครับ

การวัดการไหล คืออะไร ?

การวัดการไหล ภาษาอังกฤษ  Flow measurement

การวัดการไหล คือ กระบวรการวัดปริมาตรของของไหลที่ไหลผ่านท่อหรือช่องทางการไหลใด ๆ ก็ตาม ในหนึ่งหน่วยเวลา พูดง่าย ๆ ก็คือวัดปริมาตรของไหลที่ไหลผ่านพื้นที่หน้าตัดในแนวตั้งฉาก ด้วยความเร็ว โดยสมการวัดการไหลมีดังนี้

Q = v * A

ความหมายของตัวแปร

 

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติว่าท่อที่มีพื้นที่หน้าตัดวงกลมขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เซนติเมตร (d = 20 cm) มีน้ำไหลผ่านด้วยความเร็ว 1 เมตรต่อวินาที (v = 1 m/s) อัตราการไหลของน้ำในท่อนี้สามารถคำนวณหาได้ดังนี้

  1. คำนวณพื้นที่หน้าตัดของท่อ (A):
    1. แปลงเซนติเมตรเป็นเมตร: 10 cm = 0.1 m
    2. พื้นที่หน้าตัด: A = πr^2 = 3.14 * (0.1 m)^2
    3. A = 0.0314 m^2
  2. คำนวณอัตราการไหล (Q):
    1. Q = v * A
    2. Q = 1 m/s * 0.0314 m^2
    3. Q = 0.0314 m^3/s

ตัวอย่างการคำนวณแบบอื่น

สมมติว่าท่อที่มีพื้นที่หน้าตัดสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดความกว้าง 10 เซนติเมตร (w = 10 cm) และความสูง 20 เซนติเมตร (h = 20 cm) มีน้ำไหลผ่านด้วยความเร็ว 2 เมตรต่อวินาที (v = 2 m/s) อัตราการไหลของน้ำในท่อนี้สามารถคำนวณหาได้ดังนี้

Q = v * A
Q = 2 m/s * (10 cm * 20 cm)
Q = 400 m3/s

ดังนั้น อัตราการไหลของน้ำในท่อนี้คือ 400 m3/s หรือ 40,000 ลิตรต่อวินาที


ประเภทการวัดการไหล

การวัดการไหลมีการแบ่งประเภทตามลักษณะของการทำงานของเครื่องวัดอัตราการไหล โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. การวัดการไหลเชิงปริมาตร (Volumn flow measurement)

การวัดการไหลเชิงปริมาตร คือ การวัดปริมาตรของของไหลที่ไหลผ่านเครื่องมือวัดอย่างต่อเนื่องในหนึ่งช่วงเวลา ตัวอย่าง Flow meter ประเภทนี้ ได้แก่

2. การวัดการไหลเชิงมวล (Mass flow measurement)

การวัดการไหลเชิงมวล คือ การวัดมวลของของไหลที่ไหลผ่านเครื่องมือวัดอย่างต่อเนื่องในหนึ่งช่วงเวลา ตัวอย่างเครื่องมือวัดประเภทนี้ ได้แก่


ความแตกต่างระหว่างการวัดการไหลเชิงปริมาตรกับการวัดการไหลเชิงมวล

ความแตกต่างระหว่างการวัดการไหลเชิงปริมาตรและเชิงมวลคือ การวัดการไหลเชิงปริมาตรขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของของไหล ในขณะที่การวัดการไหลเชิงมวลไม่ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของของไหล

การเลือกประเภทของการวัดการไหล

การเลือกประเภทของการวัดการไหลให้เหมาะสมกับงานที่ใช้ มีปัจจัยที่ควรพิจารณาดังนี้

  • ประเภทของของไหลที่ต้องการวัด ของไหลบางชนิดมีความหนาแน่นไม่คงที่ เช่น ก๊าซ ของเหลวที่มีความหนืดสูง เป็นต้น การวัดการไหลเชิงมวลจึงเหมาะสมกว่าการวัดการไหลเชิงปริมาตร
  • อัตราการไหล เครื่องมือวัดการไหลบางประเภทสามารถวัดอัตราการไหลได้จำกัด เช่น เครื่องวัดการไหลแบบลูกลอย (Float meter) เหมาะสำหรับอัตราการไหลต่ำ ในขณะที่เครื่องวัดการไหลแบบอัลตราโซนิค (Ultrasonic flowmeter) เหมาะสำหรับอัตราการไหลสูง
  • ความแม่นยำที่ต้องการ เครื่องมือวัดการไหลบางประเภทมีความแม่นยำสูงกว่าประเภทอื่น ๆ
  • สภาพแวดล้อมในการทำงาน เครื่องมือวัดการไหลบางประเภทสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง เช่น อุณหภูมิสูง ความดันสูง เป็นต้น
Flowmeter โฟลมิเตอร์ WELL VA20S screwed
Flow meter แบบลูกลอย

ตัวอย่างการเลือกประเภทการวัดการไหล

  • การวัดการไหลของน้ำในท่อ สามารถใช้เครื่องวัดการไหลแบบเทอร์ไบน์ (Turbine flowmeter) ซึ่งเป็นเครื่องวัดการไหลเชิงปริมาตรที่มีความแม่นยำสูง
  • การวัดการไหลของก๊าซธรรมชาติ สามารถใช้เครื่องวัดการไหลแบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic flowmeter) ซึ่งเป็นเครื่องวัดการไหลเชิงมวลที่มีความแม่นยำสูง
  • การวัดการไหลของของเหลวที่มีความหนืดสูง สามารถใช้เครื่องวัดการไหลแบบอัลตราโซนิค (Ultrasonic flowmeter) ซึ่งเป็นเครื่องวัดการไหลเชิงปริมาตรที่มีความแม่นยำสูงและสามารถวัดอัตราการไหลสูงได้
electromagnetic-Flowmeter โฟลมิเตอร์ WELL DH1000
Electromagnetic flowmeter

สรุป

การเข้าใจประเภทและความแตกต่างของการวัดการไหล ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกใช้งาน Flow meter เพราะเครื่องวัดอัตราการไหลแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน การเลือกใช้งานโดยไม่เข้าใจการทำงาน อาจทำให้การวัดของไหลผิดพลาดและอาจต้องเสียต้นทุนในการจัดหาเครื่องมือซ้ำซ้อน หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจการวัดการไหลมากขึ้นและสามารถเลือก Flow meter ที่เหมาะสมกับงานของคุณได้ครับ